สูตรอาหารไทย

สูตรอาหารไทย

ห่อหมกปลา

ส่วนผสมห่อหมกปลา

  • เนื้อปลาบด (ใช้ได้ทั้งเนื้อปลาอินทรี เนื้อปลากราย หรือเนื้อปลาช่อนก็ได้) 500 กรัม
  • เนื้อปลาสไลซ์ 200 กรัม
  • น้ำพริกแกงเผ็ด 100 กรัม
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
  • น้ำตาลทราย 4 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1/4 ถ้วยตวง
  • กะทิ 2 ถ้วยตวง
  • แป้งข้าวเจ้า 2 ช้อนชา
  • กะหล่ำปลีซอย หรือผักกาดขาว
  • ใบโหระพา
  • พริกชี้ฟ้าซอย
  • ใบมะกรูดหั่นฝอย
  • กระทงใบตอง (กระทงใบตองแห้ง หรือถ้วย)
  • หัวกะทิ (สำหรับตกแต่ง) 1/3 ถ้วย

วิธีทำห่อหมกปลา

1.ต้มน้ำเปล่าให้เดือด ใส่กะหล่ำปลีหั่นฝอยลงไปให้หมดแล้วรีบตักขึ้นมาใส่น้ำเย็นด้วยความเร็ว จากนั้นหยิบกะหล่ำปลีขึ้นมาบีบน้ำออก ใส่ลงในภาชนะ เตรียมไว้ เคล็ดลับ : สาเหตุที่ต้องบีบน้ำออกเพราะเวลาใส่เนื้อห่อหมกลงไปนึ่งจนสุก ผักจะได้ไม่ยุบตัวลง ห่อหมกจะได้ไม่ยุบตัวตาม และจะได้ไม่มีน้ำซึมออกมาจากผักทำให้ห่อหมกเละ

2.ใส่น้ำพริกแกงเผ็ดลงไปในอ่างผสม ใส่ไข่ที่ตีแตกแล้วลงไป ตามด้วยน้ำตาลทราย และน้ำปลาคนให้เข้ากันจนเป็นเนื่อเดียว

3.แบ่งกะทิใส่ลงไปผสมให้เข้ากัน

4.ตามด้วยเนื้อปลาบด

5.นวดให้เข้ากัน (นวดด้วยมือ หรือพายก็ได้ แต่ใช้มือดีกว่าจะได้สัมผัสเนื้อปลาและพริกแกงได้ดีกว่า)   ค่อย ๆ เติมกะทิที่เหลือลงไปจนหมด นวดจนส่วนผสมเหนียว

6.ใส่กะหล่ำปลีลวกลงไปในกระทง

7.ตามด้วยใบโหระพา หยอดเนื้อห่อหมกลงไปประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ตามด้วยเนื้อปลาสไลซ์ และหยอดห่อหมกทับลงไปปิดท้ายจนเต็มกระทง

8.นำห่อหมกใส่ที่นึ่ง เอาไปนึ่งบนน้ำเดือดพล่าน ใช้ไฟกลางสูงประมาณ 20 นาที

9.นำหัวกะทิผสมแป้งข้าวเจ้าคนให้เข้ากัน หรือนำเข้าไปในไมโครเวฟประมาณ 40 วินาที แต่พอครบ 20 วินาทีให้เอาออกมาคนก่อนครั้งหนึ่ง หรือจะเอาไปนึ่งก็ได้ค่ะ

10.เมื่อห่อหมกครบเวลา 20 นาทีแล้ว หยอดหัวกะทิลงไปบนหน้าห่อหมก ตกแต่งด้วยพริกชี้ฟ้าแดงซอยและใบมะกรูดหั่นฝอย

11.นำห่อหมกไปนึ่งต่ออีก 5 นาที ตักออกมาใส่ภาชนะ พร้อมเสิร์ฟ

แกงเผ็ดเป็ดย่าง

เครื่องปรุง + ส่วนผสม

  •   เป็ดย่าง 1 ตัว (เลาะเอากระดูกออก หั่นเป็นชิ้น พอดีคำ)
  •   สัปปะรด 5 ชิ้น (หั่นเป็นชิ้นเล็ก พอดีคำ)
  •  ใบมะกรูด 4 ใบ (ซอยหยาบๆ)
  •  น้ำตาล 1 ช้อนชา
  •  กระทิ 2 1/2 ถ้วยตวง
  •  มะเขือเทศเล็ก 8 ลูก
  •  เกลือ 1/2 ช้อนชา
  •  น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  •  น้ำเปล่า 1/2 ถ้วยตวง (หรือน้ำซุปไก่)
  •  น้ำมันพืช 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  •  น้ำพริกแกงเผ็ด 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำทีละขั้นตอน

1.ตั้งน้ำมันบนกระทะจนร้อน ใส่น้ำพริกแกงเผ็ดลงไปผัด จากนั้นใส่กระทิ 3/4 ถ้วยตวงลงไปผัดด้วย (น้ำกระทิที่เหลือเ็ก็บไว้ใช้ในขั้นตอนต่อไป) ผัดจนกระทิกับเครื่องแกงเข้ากันทั่ว

2.ใส่เนื้อเป็ดที่หั่นไว้แล้ว และคนสักพักให้ทั่ว จากนั้นจึงเทส่วนผสมทั้งหมดย้ายไปยังหม้อที่ใหญ่กว่า นำหม้อใหญ่ไปตั้งไฟและเติมกระทิส่วนที่เหลือ, น้ำเปล่า (หรือน้ำซุปไก่), มะเขือเทศ, สัปปะรด, ใบมะกรูด, น้ำตาล, เกลือ และน้ำปลา

3.คนส่วนผสมในหม้อให้เข้ากัน และรอจนเดือดจึงปิดไฟ ตักใส่ถ้วยและเสิรฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ

น้ำพริกลงเรือ

ff_1.jpgส่วนผสม น้ำพริกลงเรือ

*กระเทียม 1 ช้อนโต๊ะ
* กะปิ (เผาจนหอม) 1 ช้อนโต๊ะ
* น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
* เนื้อมะดันซอยบาง 2 ลูก
* เนื้อมะอึกหั่นบาง 2 ลูก
* พริกขี้หนูสวน 10-20 เม็ด
* น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
* น้ำมันพืชสำหรับผัด
* หมูหวาน (ทานคู่)
* กุ้งแห้งโขลกละเอียด 3 ช้อนโต๊ะ
* ปลาดุกฟู (ทานคู่)
* ไข่เค็มต้ม หรือไข่ต้ม (ทานคู่)
* ผักสดตามชอบ

วิธีทำน้ำพริกลงเรือ

1.โขลกกระเทียมกับกะปิ และน้ำตาลปี๊บจนละเอียดเข้ากันดี ใส่เนื้อมะดัน เนื้อมะอึก และพริกขี้หนู โขลกผสมจนเข้ากันอีกครั้ง ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว คนผสมให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ เตรียมไว้

2.ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ นำขึ้นตั้งไฟปานกลางพอร้อน ใส่เครื่องที่โขลกไว้ลงผัดจนหอม ใส่หมูหวาน และกุ้งแห้งลงผัดจนเข้ากัน ตักใส่ถ้วย รับประทานคู่กับหมูหวาน ปลาดุกฟูกรอบ และไข่เค็ม

1-1_11
 ส่วนผสม หมูหวาน

  • หอมแดงสับละเอียด 2 หัว
  • น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
  • เนื้อหมูสามชั้นหั่นชิ้นเล็ก 200 กรัม
  • น้ำมันพืชสำหรับผัด

วิธีทำหมูหวาน  

1.ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ นำขึ้นตั้งไฟปานกลางพอร้อน ใส่หอมแดงลงเจียวจนหอม ใส่น้ำตาลปี๊บ และน้ำปลาลงคนผสมให้เข้ากัน ใส่เนื้อหมูลงผัดจนสุก และเนื้อหมูเงาสวย ชิมรสตามชอบ แบ่งเป็น 2 ส่วน เตรียมไว้

1-1_11ส่วนผสม ปลาดุกฟู

     -> ปลาดุกย่าง 1 ตัว

     -> น้ำมันพืชสำหรับทอด

วิธีทำปลาดุกฟู

1. แกะเนื้อปลาดุกออก เอาเฉพาะเนื้อ จากนั้นใช้ส้อมยีให้ละเอียด เตรียมไว้

2. ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ นำขึ้นตั้งไฟปานกลางพอร้อน ใส่เนื้อปลาดุกลงทอดจนฟูเหลืองรอบ ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน เตรียมไว้รับประทานคู่กับน้ำพริกลงเรือ

3. อาจจะมีหลากหลายขั้นตอนในการทำน้ำพริกลงเรือ แต่ถ้าได้ลองทำกินแล้วรับรองว่าจะติดใจ และใครมีน้ำพริกลงเรือเหลือ ๆ ก็นำไปผัดกับข้าวกินก็อร่อยไปอีกแบบนะคะ


หมี่กะทิสีชมพู

meekati1.jpg

ส่วนผสม หมี่กะทิสีชมพู
• ไข่ 2 ฟอง
• กะทิ 2 ถ้วย
• หอมแดงสับ 1/2 ถ้วย
• หมูสับ 200 กรัม
• กุ้งสับ 200 กรัม
• เต้าเจี้ยว 4 ช้อนโต๊ะ
• น้ำมะขามเปียก 4 ช้อนโต๊ะ
• พริกป่น 1 ช้อนโต๊ะ
• น้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต๊ะ
• เต้าหู้แข็งหั่นเต๋า 1/2 ถ้วย
• ซอสมะเขือเทศ 3 ช้อนโต๊ะ
• ซอสเย็นตาโฟ 3 ช้อนโต๊ะ
• เส้นหมี่ 200 กรัม
• กุยช่าย 1 ถ้วย
• ถั่วงอก 1 ถ้วย
• กุยช่าย สำหรับแต่ง
• ถั่วงอก สำหรับแต่ง
• พริกชี้ฟ้าแดง สำหรับแต่ง
• ถั่วลิสงคั่วบด 4 ช้อนโต๊ะ
• พริกป่น

วิธีทำหมี่กะทิสีชมพู

1.มาเริ่มด้วยการตีไข่ให้แตกนำไปทอดบนกระทะเทฟลอน เอียงกระทะจนไข่เป็นแผ่นบาง ๆ นะคะ แล้วก็ม้วนไข่ ตักขึ้นค่ะ

2.นำไข่มาซอยเป็นเส้นพักไว้

3.แบ่งกะทิมา 1 ถ้วยเทใส่กระทะ ตั้งเตาไฟกลาง รอจนเดือด ใส่หอมแดงสับลงไปผัดค่ะ รอจนเดือดอีกครั้ง

4.ใส่กุ้งสับและหมูสับลงไปผัดรวมกันให้สุกค่ะ

5.ปรุงรสด้วยเต้าเจี้ยว• น้ำมะขามเปียก• พริกป่น • น้ำตาลปี๊บ

ใส่เต้าหู้ลงไปผัดรวมกันค่ะ ชิมรสดู ให้มีรสหวาน เปรี้ยว และเค็ม รสชาติคล้ายเต้าเจี้ยวหลนค่ะ

7.เสร็จแล้วค่ะ น้ำกะทิราดบนเส้นหมี่สีชมพู

ต่อไปเรามาผัดเส้นกันดีกว่าค่ะ นำกะทิที่เหลืออีก 1 ถ้วย เทใส่กระทะ ตั้งไฟรอจนเดือด

9.นำซอสมะเขือเทศและซอสเย็นตาโฟมาผสมกันค่ะ แล้วเทใส่ในกระทะ

นำเส้นหมี่แช่น้ำพอนิ่ม อย่าแช่นานนะคะ แล้วสงขึ้นให้แห้ง แล้วนำมาผัดกับกะทิสีชมพูของเราได้เลยค่ะ

11.เวลาผัดเส้นหมี่ให้ใช้ตะหลิว 2 ด้ามช่วยยกเส้นขึ้นสูงๆ แบบนี้นะคะ แล้วปล่อยเส้นลงไป แล้วเราค่อยๆ ผัดจนเส้นเป็นสีชมพูทั่วถึงกันนะคะ อย่าผัดนานเดี๋ยวเส้นเละ รอจนเส้นดูดน้ำกะทิ

12.ใส่ใบกุยช่ายและถั่วงอกลงผัดพอสุกค่ะ

13.เส้นที่ผัดเสร็จแล้วค่ะ เตรียมไปจัดจานกินกันได้แล้วค่ะ

14.จัดถั่วงอกและกุยช่ายใส่จาน แล้วตักน้ำกะทิที่เราทำไว้ใส่ถ้วย

 15.ตักเส้นหมี่กะทิสีชมพูใส่จาน โรยด้วยไข่ซอยและพริกชี้ฟ้าแดง เป็นอันเสร็จค่ะ

16เวลารับประทานก็เอาน้ำกะทิที่ปรุงมาราดลงบนตัวเส้นแล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน ถ้าชอบเผ็ดเติมพริกขี้หนูป่น เติมถั่วลิสงคั่วตำหอมๆ อร่อยมากค่ะ





ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้